โปรดอย่าปิดหน้าต่างนี้ หรือรีเฟรชหน้า
ในขณะที่ระบบกำลังทำงาน
โปรดรอสักครู่...
ระบบกำลังออกกรมธรรม์ให้กับคุณ
ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที
โปรดอย่าปิดหน้าต่างนี้ หรือรีเฟรชหน้า
ในขณะที่ระบบกำลังทำงาน
โปรดอย่าปิดหน้าต่างนี้ หรือรีเฟรชหน้า
ในขณะที่ระบบกำลังทำงาน
รู้หรือไม่ ป้ายภาษี และ พ.ร.บ. ไม่เหมือนกัน
รู้หรือไม่ ป้ายภาษี และ พ.ร.บ.
ไม่เหมือนกัน

... ...
มีหลายคนเข้าใจผิด ว่าป้ายภาษีและพ.ร.บ. เป็นป้ายเดียวกัน ซึ่งจริงๆแล้ว ป้ายทั้ง 2 ไม่เหมือนกัน วันนี้น้องใกล้ชิดจะพาไปไขข้อข้องใจ ถึงความแตกต่าง และประโยชน์ของแต่ละป้ายนั้นใช้ทำอะไรได้บ้าง ไปดูกันเลย
ป้ายภาษีคืออะไร? ป้ายภาษี เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องต่อทุกปีตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ เพราะถ้าหากไม่ต่อภาษีนานติดต่อกันเกิน 3 ปี จะทำให้ถูกระงับทะเบียนรถได้เลยทันที ผู้ขับขี่อาจจะต้องเสียเวลานำรถไปจดทะเบียนภาษีใหม่อีกครั้ง แล้วจึงจะได้ป้ายภาษีเก่ากลับมา ที่สำคัญเมื่อนำรถไปจดทะเบียนภาษีใหม่อาจถูกเก็บภาษีย้อนหลังอีกด้วย ถ้าหากผู้ขับขี่คนไหนไม่อยากเสียภาษีย้อนหลัง การต่อภาษีตรงต่อเวลาจึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบัน การต่อภาษีนั้นสามารถทำได้ก่อนหมดอายุไม่เกิน 3 เดือน และจะต้องทำ พ.ร.บ.ให้เสร็จก่อนต่อภาษี เพื่อให้ได้ป้ายภาษีสี่เหลี่ยมมาติดกระจกหน้ารถ เพราะถ้าหากโดนตรวจแล้วพบว่าไม่มีป้ายนี้ผู้ขับขี่จะได้รับโทษปรับ 400-1,000 บาท นั่นเอง พ.ร.บ. คืออะไร? พ.ร.บ. เป็นประกันภัยภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคันต้องทำไว้ เพราะถ้าหากตรวจสอบแล้วว่ารถคันไหนไม่มี พ.ร.บ. ตามที่กฎหมายว่าไว้จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. เป็นเอกสารที่สำคัญมากจะต้องเก็บไว้ให้ดี เนื่องจากเป็นเอกสารที่ต้องใช้ในการต่อภาษีอีกด้วย หากรถคันไหนที่ได้ทำ พ.ร.บ.ไว้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาตัว พ.ร.บ.จะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ หรือช่วยค่าปลงศพกรณีเสียชีวิต ตามวงเงินที่คุ้มครองในกรมธรรม์ของรถยนต์ประเภทนั้นๆ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้พูดถึงเหตุผลในการประกาศใช้กฎหมายว่า การที่รัฐออกกฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องจัดให้มีประกันภัยอย่างน้อยที่สุด คือ การทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
  1. เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพราะเหตุ ประสบภัยจากรถ โดยให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที กรณีบาดเจ็บ หรือช่วยเป็นค่า ปลงศพ กรณีเสียชีวิต
  2. เป็นหลักประกันให้โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลในการรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยจากรถ
  3. เป็นสวัสดิสงเคราะห์ที่รัฐมอบให้แก่ประชาชนผู้ได้รับความเสียหายเพราะเหตุประสบภัยจากรถ
  4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้การประกันภัยเข้ามีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยและครอบครัว”
ดังนั้นรถทุกคันจะต้องมี ป้ายภาษี และ พ.ร.บ. เพื่อการประกันภัยต่อตัวรถและบุคคล และที่สำคัญทั้ง 2 อย่างนี้ จำเป็นต้องทำทุกปีตามที่กฎหมายได้ระบุไว้ เพราะถ้าหากรถคันไหนไม่มี พ.ร.บ. ความคุ้มครองและการชดเชยค่าเบิกจ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็จะไม่สามารถทำได้ และจะไม่สามารถต่อภาษีได้ด้วยเช่นกัน
มี พ.ร.บ. ไว้อุ่นใจกว่า
เมืองไทยลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด

"คุ้มค่า ปลอดภัย ทันใจคุณ"


สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567
บริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 บริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด